HOME | CMP THAILAND | SITE MAP | CONTACT US  
Entech Renewable

SHOW PREVIEW

Second Announcement
File Type :PDF File
File size : 1,230 KB
 

SHOW PREVIEW

Facts&Figure
File Type :PDF File
File size : 706 KB
 

SHOW PREVIEW

SHOW PREVIEW
File Type :PDF File
File size : 2,840 KB
 

Show update #2

SHOW UPDATE #2
File Type :PDF File
File size : 3,308 KB
 

SHOW UPDATE #1

SHOW UPDATE #1
File Type :PDF File
File size : 3,350 KB
 

Entech Pollutec Asia and Renewable Energy Asia 2008 Brochure

2008 Brochure
File Type :PDF File
File size : 3,641 KB
 

 

Publicity 2006

Press Briefing  |  Press Release  |  PR Articles


Daily News (04-07-2006)



พลังงานทดแทนน่าสน "ไบโอแก๊ส" น้ำเสีย-ขี้หมู กู้วิกฤติ

เรื่องพลังงานทดแทน เป็นเรื่องที่ทุกๆ ประเทศ รวมถึงไทยด้วย ต้องให้ความสนใจกันอย่างจริงจังๆ เสียทีแล้ว เพราะนับวันน้ำมันดิบจากแหล่งต่างๆ บนโลก
ก็ยิ่งลดน้อยถอยลง ขณะที่น้ำมันสำเร็จรูปที่ใช้ให้พลังงานกับเครื่องจักรกลต่างๆ ก็มีราคาแพงลิ่วๆ ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเร็วๆนี้ คือระหว่างวันที่ 6-9 ก.ค. 2549 ก็จะมี
งานใหญ่เกี่ยวกับพลังงานทดแทนจัดขึ้นในภูมิภาคเอเชีย หรือ Entech Polletec Asia & Renewable Energy 2006 ซึ่งจะจัด ที่ศูนย์ประชุมไบเทค บางนา นี่น่าจะเป็นงานที่เป็นผลดีต่อการพัฒนาพลังงานทดแทนในไทย และเบื้องต้นนี้...ไทยก็ต้องพิจารณาศักยภาพตัวเองให้ดี!!

รศ. ดร.จำนง สรพิพัฒน์ จากบัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สะท้อนถึง "วิกฤติพลังงาน" โดยเฉพาะในเรื่องของ "น้ำมัน" โดยบอกว่า...ที่ผ่านมาได้สร้างผลกระทบขึ้นแทบทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะเป็นประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคทั่วไป รวมไปถึงผู้ประกอบการ และประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤติพลังงานครั้งนี้นับว่าเป็นครั้งที่ 3 แล้ว...หลังจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา

"ครั้งนี้นับว่ารุนแรงจริง เพราะกระทบถึงต้นทุนในกระเป๋าของคนทุกคน" เมื่อพลังงานหลักกลับกลายเป็นการสร้างปัญหาขึ้นมา เรื่องของ "พลังงานทดแทน" ก็ได้รับการกล่าวถึงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พลังงานธรรมชาติ ที่ไม่ต้องหาซื้อด้วยเงินตรา หรือพลังงานที่ได้มาจากพืชอย่างเอทานอล จากอ้อย
และมันสำปะหลัง, ไบโอดีเซล จากน้ำมันปาล์ม สบู่ดำมะพร้าว, ไปโอแก๊ส หรือแก๊สชีวภาพ ต่างฝ่ายก็พยายามที่จะหาทางวิจัยและผลิตออกมา เพื่อที่จะลดภาระในเรื่องพลังงาน-ลดต้นทุนการผลิต

ทั้งนี้ประเทศไทย รศ.ดร. จำนงบอกว่า..สามารถปลูกพืชที่เป็นพลังงานได้ แต่อาจจะไม่ได้หมายความว่าจะแข่งขัน เช่น อาเทนอล ที่วัตถุดิบในการผลิตนั้นคืออ้อยและมันสำปะหลัง ซึ่งอ้อยนั้นเมื่อผลิตเป็นน้ำตาลทราย และมันสำปะหลังเมื่อทำเป็นแป้งมัน ต้นทุนจะต่ำกว่าการผลิตน้ำมันอาเทนอล
ขณะที่ผลตอบแทนจะสูงกว่าการผลิตอาเทนอล เพราะราคาน้ำตาลทราย และแป้งมันในตอนนี้ก็ค่อนข้างสูงมาก

"สมัยก่อนทั้งอ้อยและมันสำปะหลังราคาแย่มาก โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ที่ต้องเททิ้งประท้วงหน้าทำเนียบฯ กันบ่อยครั้ง แต่ปัจจุบันไม่เหลือแล้ว เพราะโดนกว้านซื้อหมด"

ไบโอดีเซล ซึ่งกำลังถูกมองว่ามีอนาคต วัตถุดิบในการผลิตนั้นคือ มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน และสบู่ดำ แต่ตอนนี้ก็ยังมีปัญหา เรื่องจำนวนการผลิตต่อไร่
ราคาต้นทุนการผลิต รวมถึงศักยภาพในการแข่งขันด้วย ซึ่งน้ำมันมะพร้าวนั้น เมื่อเทียบผลผลิตต่อไร่กับประเทศฟิลิปปินส์แล้ว มะพร้าวที่ปลูกในบ้านเรา
ราคายังแพงกว่า ผลผลิตต่อไร่ต่ำกว่ามาก

ส่วนน้ำมันปาล์ม ปัจจุบันผลผลิตที่ใช้บริโภคในประเทศในรูปแบบของน้ำมันพืชก็แทบจะไม่พอใช้ และราคาต้นทุนของวัตถุดิบนั้นก็สูงกว่า เมื่อเทียบกับ
ปาล์มน้ำมันของประเทศมาเลเซีย และหากจะเปิดเสรีนำเข้าปาล์มน้ำมันเพื่อผลิตไบโอดีเซลก็คงไม่คุ้มกัน เพราะเกษตรกรผู้ผลิตปาล์มน้ำมันของไทย
ต้องแย่แน่ๆ

ในส่วนของสบู่ดำ ซึงเป็นที่กล่าวขวัญกันมากในขณะนี้ ที่คิดว่าอาจจะมาเป็นพระเอกในรูปพลังงานทดแทนได้ แต่ปัญหาก็คือการผลิตยังมีน้อยมาก ผลผลิตต่อไร่ยังต่ำมาก ซึ่งการปลูกสบู่ดำนั้นลูกสบู่จะออกมาเป็นพวงๆ แต่จะสุกทีละเม็ด การเก็บเกี่ยวมาใช้งานจึงเสียทั้งเวลาและกำลังคน ซึ่งจะต้องคิดออกมา
เป็นต้นทุนแทบทั้งนั้น

"สิ่งที่จะมาช่วยได้ในขณะนี้คือ ไบโอแก๊ส หรือแก๊สชีวภาพ คือน้ำเสียจากโรงงานแปรรูปอาหาร หรือของเสียจากฟาร์มปศุสัตว์ต่างๆ เช่น ฟาร์มหมูขนาดใหญ่ หรือน้ำเสียจากโรงงานแป้งมัน ซึ่งเป็นของเสียที่เป็นประโยชน์"..มุมมองของ รศ.ดร. จำนง ต่อ "พลังงานทดแทน" ที่เฉพาะหน้าน่าจะมีอนาคต

นักวิชาการรายนี้แจกแจงว่า..การผลิตพลังงานทดแทนจากของเสียตรงนี้ หลักการก็คือว่า..น้ำเสีย หากทิ้งไปในธรรมชาติก็จะเป็นน้ำเน่า แต่เมื่อนำเข้าสู่
ระบบบำบัดน้ำเสียก่อนในระบบนี้ก็จะสามารถ "แยกแก๊ส" ออกมา ซึ่งเรียกว่า "แก๊สมีเทน" และเมื่อระบบมีถังกักแก๊สนี้ไว้ก็จะสามารถดูดนำไปใช้ได้เลย เช่นสามารถต่อเข้าเครื่องปั่นไฟฟ้า หรือเครื่องผลิตพลังงานซึ่งออกแบบสำหรับใช้แก๊สโดยเฉพาะ ซึ่งก็สามารถลดต้นทุนในการผลิตได้ เพราะใช้จากของเสีย
ที่ต้องทิ้งอยู่แล้ว ไม่ต้องไปหาวัตถุดิบในการผลิต

"อาจจะแข่งขันกับพลังงานปิโตรเคมีไม่ได้ในระยะยาว แต่ในระยะสั้นไบโอแก๊สหรือแก๊สชีวภาพน่าจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ดี และลดการพึ่งพาน้ำมันไปได้บ้างไม่มากก็น้อย" ...รศ.ดร. จำนง กล่าว พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า..โลกมีการพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเลียมไปมาก และประเทศไทยที่ผ่านมา
รัฐไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องการวิจัยและสนับสนุนเรื่องของพลังงานทดแทน มาทำก็ต่อเมื่อไฟไหม้ฟางแล้ว จึ่งเกิดประเด็นปัญหาใหญ่คือ...เทียบออกมาแล้วยังไม่คุ้มกับการใช้ปิโตรเคมี จนเกิดคำถามที่ว่าจะทำไปทำไม?

แต่จะอย่างไรถึงตอนนี้ "พลังงานทดแทน" ก็สำคัญ ก็ต้องคิด-ก็ต้องหาทางในการทำที่มันได้คุ้มเสีย ที่สำคัญ..คนไทยต้องช่วยกันประหยัดพลังงาน !!!


Back to main PR Articles


Print this pageEmail this siteSubscribe Newsletter
CMP Media (Thailand) Co Ltd
503/23 K.S.L. Tower 14th Floor, Sri Ayuthaya Road, Phyathai, Rajathewee, Bangkok, 10400 Thailand  
Tel. +66 (0) 2642 6911-8 Fax. +66 (0) 2642 6919-20      


2007 © All Rights Reserved by CMP Media (Thailand) Co Ltd    
CMP Thailand