HOME | CMP THAILAND | SITE MAP | CONTACT US  
Entech Renewable

SHOW PREVIEW

Second Announcement
File Type :PDF File
File size : 1,230 KB
 

SHOW PREVIEW

Facts&Figure
File Type :PDF File
File size : 706 KB
 

SHOW PREVIEW

SHOW PREVIEW
File Type :PDF File
File size : 2,840 KB
 

Show update #2

SHOW UPDATE #2
File Type :PDF File
File size : 3,308 KB
 

SHOW UPDATE #1

SHOW UPDATE #1
File Type :PDF File
File size : 3,350 KB
 

Entech Pollutec Asia and Renewable Energy Asia 2008 Brochure

2008 Brochure
File Type :PDF File
File size : 3,641 KB
 

 

Publicity 2006

Press Briefing  |  Press Release  |  PR Articles


Krungthep Turakij (07-07-2006)



เมื่อเยอรมนีจะขอโชว์เทคโนโลยี พลังงานทดแทน-สิ่งแวดล้อมต้องมาคู่กัน!!!

เรื่องของพลังงานทดแทนในประเทศไทย เป็นเรื่องที่มีความสำคัญและได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่มีความสำคัญที่สุดในปัจจุบันท่ามกลาง
ภาวะราคาน้ำเชื้อเพลิงปรับตัวสูงอย่างต่อเนื่อง แถมทั่วโลกยังต้องประสบกับภาวะการขาดแคลนพลังงาน ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าหากไม่มีการสรรหา
พลังงานทดแทนในกันในปัจจุบัน ก็เป็นไปได้ว่าในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า โลกจะประสบกับภาวะการขาดแคลนพลังงานอย่างแน่นอนในอนาคต

แต่การก้าวข้ามไปสู่ยุคแห่งพลังงานทดแทนนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ได้ง่ายนัก เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มีมูลค่ามหาศาลและยากต่อการนำมาปรับใช้กับ
ชีวิตประจำวัน จึงเป็นเรื่องที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนบอกว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เวลาในการปรับตัว แต่จากปัญหาที่ทยอยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เชื่อว่าประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับตัวครั้งใหญ่ในเรื่องนี้ในอนาคตอันใกล้

มองไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยในปัจจุบันเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ รถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนเริ่มเข้ามามีบทบาท
ในตลาดสูงขึ้น และถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวเพื่อลองรับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า หลายๆบริษัท
เริ่มตัดสินใจนำเข้าเทคโนโลยีทางด้านพลังงานทดแทนใหม่ๆ เข้ามาใช้ในประเทศไทยกันมากขึ้นเรื่อยๆ

และจากกระแสทางด้านพลังงานทดแทนที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซีเอ็มพี มีเดีย จึงได้จับกระแสความน่าสนใจในครั้งนี้ จัดงานแสดงเทคโนโลยี
เพื่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทน หรือ "Entech Pollutec Asia & Renewable Energy Asia 2006" โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป
ถึง 9 กรกฎาคม นี้ ที่ไบเทค บางนา

โดยภายในงานจะมีการจัดสินค้าและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านพลังงานทดแทนที่น่าสนใจ และจะก้าวมาเป็นพลังงานรูปแบบใหม่ในอนาคตอันใกล้นี้

ไฮไลต์ในงานนี้ ทางผู้จัดงานได้รับความร่วมมือจากสถานทูตเยอรมนีและบรรดาผู้ประกอบการสัญชาติเยอรมนีจะนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน
พลังงานทดแทนเข้ามาจัดแสดงกันในประเทศไทย โดยมีการจัดพื้นที่บางส่วนของประเทศเยอรมนีหรือเยอรมัน พาวิลเลียนโดยเฉพาะ ซึ่งจะเปิดให้เข้าชม
ตั้งแต่วันที่ 2 ของการจัดงานในครั้งนี้เป็นต้นไป

โฮลเกอร์ มิคาเอล อุปทูตแห่งสถานทูตเยอรมนีในประเทศไทย กล่าวว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแนวโน้มแห่งการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อันเป็นผลมาจากปริมาณการใช้พลังงานในแต่ละปีที่เพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน นโยบายของรัฐบาลในเรื่องการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนนั้นก็มีความชัดเจนโดยรัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนเป็น 19 % ของยอดการใช้พลังงานทั้งหมด ภายในปี 2554 ซึ่งจะต้องมีความพร้อมทั้งในเรื่องของการผลิตและการใช้งานจริง จึงจะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ประเทศเยอรมนีเองมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่แล้วกับประเทศไทย ในเรื่องของความร่วมมือทางด้านพลังงานทดแทน โดยเริ่มต้นมาจากการจัดงานร่วมกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2547 ก่อนจะมีการร่วมมือกันด้านต่างๆ กันมาจนถึงปัจจุบันซึ่งในงานแสดงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนในครั้งนี้ สถานทูตเยอรมนีเองก็ได้ขอความร่วมมือไปยังบรรดาผู้ประกอบการในประเทศ 14 บริษัท ขนบรรดาเทคโนโลยีรุ่นใหม่ๆ มาจัดแสดงอย่างเต็มพิกัด

"ในกลุ่มผู้ประกอบการชาวเยอรมนี เราเองก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประกอบการระดับโลกในเรื่องของพลังงานทดแทนอยู่แล้ว โดยมีความโดดเด่นในเรื่องของ
ไบโอแก๊ซ หรือไบโอรีฟิว รวมไปถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างไบโอแมส และพลังงานแสงอาทิตย์รวมไปถึงพลังงานลม ซึ่งเชื่อว่าการเข้ามาจัดแสดงถึงเทคโนโลยีเหล่านี้ในประเทศไทย น่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการในประเทศไทยอย่างแน่นอน"

มิคาเอลบอกว่า นอกจากเรื่องการจัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ๆ แล้ว ก็ยังคาดหวังว่าอาจจะมีการจับมือเพื่อเป็นพันธมิตรในเชิงธุรกิจกับผู้ประกอบการชาวไทย
ได้เช่นกันในงานนี้ มิคาเอลบอกว่า แม้ว่าการลงทุนในเรื่องพลังงานทดแทนจะเป็นเรื่องที่อาจจะมีราคาสูง แต่ก็ต้องมองความเป็นคุ้มค่าในภาพรวม
โดยเฉพาะในเรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งจะเป็นปัญหาต่อเนื่องตามมาในอนาคต

ฮานส์-ดีเทอร์ เวสธาล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเรทเทค เอเนอยี่ หนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ที่จะเข้าร่วมงานครั้งนี้ บอกว่าเทคโนโลยีหลักๆ ที่จะนำมาแสดงในงานนี้จะเน้นไปที่กลุ่มไปโอแมสและไบโอแก๊ส เนื่องจากประเทศไทยเองมีความพร้อมในด้านวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเป็นพลังงานทดแทนรูปแบบนี้มากอยู่ โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรที่มีการผลิตหมุนเวียนต่อเนื่องทั้งปี

ซึ่งนอกเหนือไปจากเรื่องของพลังงานทดแทนที่ใช้กับยานยนตร์แล้ว เรามองว่าความจำเป็นในเรื่องของการนำพลังงานทดแทนมาใช้กับภาคอุตสาหกรรม
ในประเทศไทยเป็นเรื่องที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยเป็นภาคที่มีการใช้พลังงานจำนวนมาก และก็เกิด
การสูญเสียพลังงานไปอย่างมากเช่นกัน ดังนั้น หากสามารถนำพลังงานเหล่านั้นมาหมุนเวียนมาใช้งานได้ ก็น่าจะเกิดประโยชน์ในการใช้งานมากกว่า
อย่างแน่นอน

"ยกตัวอย่างเช่น หากเราไปเติมน้ำมันแล้วเด็กปั้มทำน้ำมันหกออกมาสัก 5 ลิตร เราคงรู้สึกเสียดายน้ำมันเหล่านั้นมาก แต่ในอุตสาหกรรม มีพลังงานที่สูญเสียไปมากกว่านั้นมาก แต่ก็ไม่ได้รับการสนใจเท่าที่ควร ถ้าหากมองในเรื่องของพลังงานทดแทนในเชิงเทคโนโลยีแล้ว ก็อยากให้มองในเรื่องของ
การลดการสูญเสียพลังงาน และการนำกลับมาใช้ใหม่ควบคู่กันไปด้วย"

เวสธาลบอกว่าในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะนำมาแสดงก็เช่นการผลิตพลังงานทดแทนจากน้ำเสีย หรือการผลิตพลังงานจากพลังงาน
ที่สูญเสียไปในการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ ซึ่งหากมองในเรื่องของการลงทุน ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและคืนทุนได้เร็ว เนื่องจากค่าใช้จ่าย
ในเรื่องพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายหลักในการประกอบธุรกิจ ซึ่งหากลดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้มากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อธุรกิจมากเท่านั้น

สำหรับงานแสดงเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมและพลังงานทดแทนที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นการจัดงานที่น่าสนใจไม่น้อยท่ามกลางภาวะปัญหาต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งนอกเหนือจากผู้ประกอบการประเทศเยอรมนีแล้ว ภายในงานยังประกอบไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจอีกมากมายจากหลายประเทศ
และพร้อมที่จะเปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจทุกคนได้เข้าไปศึกษาหาความรู้ทางด้านพลังงานทดแทนกันอย่างเต็มที่

ใครที่ยังคิดไม่ออกว่าสัปดาห์นี้จะทำอะไรดี ลองแวะไปดูเทคโนโลยีแห่งอนาคตทางด้านพลังงานได้ที่ไปเทค บางนา น่าจะได้อะไรติดสมอง
กลับบ้านไปไม่น้อย!!!

สิ่งที่น่าเป็นห่วงกับพลังงานทดแทนของไทย
แม้ว่าประเทศไทยจะมีนโยบายชัดเจนในเรื่องของการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย โดยการกำหนดให้มีการลดความยืดยุ่นในการใช้พลังงานจาก 1.4 เป็น 1.0 ภายในปี 2554 และการเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทน ทั้งรูปแบบเดิมและรูปแบบใหม่ต่อการใช้พลังงานในที่สุดจาก 17% เป็น 19% เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศในขณะที่ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันไปในเวลาเดียวกัน

แต่จากความเป็นจริงที่เป็นอยู่ ซึ่ง Energy for Environment Foundation Newsletter ปีที่ 1 กรกฎาคม 2549 ทำการรวบรวมไว้ พบว่าหลังจาก
การประกาศแผนงานมากว่า 3 ปี แนวโน้มและทิศทางด้านพลังงานทดแทนในประเทศไทย ยังเหินห่างจากเป้าหมายมากนัก

แม้ว่าเป้าหมายเรื่องความยืดหยุ่นในการใช้พลังงานซึ่งในปี 2548 ลดลงพอสมควรเหลือ 1.2 จากเดิม 1.4 ในปี 2545 ในส่วนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นไป
ตามเป้าหมาย และสามารถลดลงเหลือ 1.0 ได้ในปี 2554 หากยังคงสามารถรักษาระดับการลดเช่นในปัจจุบันนี้ไว้ได้ แต่ยังคงไม่มีความคืบหน้าในด้าน
การพัฒนาพลังงานทดแทน สัดส่วนของพลังงานทดแทนต่อการใช้พลังงานไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กลับลดลงจาก 17% ในปี 2545 เหลือ 16 % ในปี 2548 หากไม่การเปลี่ยนแปลงนโยบายและการปฏิบัติครั้งใหญ่นอกจากจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมาย 19% ที่ตั้งไว้แล้ว สถานการณ์จะกลับเลวร้ายกว่าเมื่อครั้งที่เริ่มโครงการในปี 2545 อีกต่างหาก

หนำซ้ำจากการคาดเดาการณ์ล่าสุดด้านพลังงานของรัฐบาลไทย พบว่ายังเป็นที่น่าวิตก โดยความต้องการรวมจะเพิ่มขึ้นสองเท่าภายในเวลา 15 ปี และสัดส่วนของพลังงานทดแทนจะลดลงเหลือ 16% เหลือเพียง 11 % เท่านั้น

ทั้งนี้ในรายงานได้บอกว่านโยบายด้านพลังงานทดแทนจำเป็นต้องได้รับการทบทวนและผลัดดันอย่างจริงจัง เพราะการไม่คืบหน้าในการบรรลุเป้าหมาย
เพื่อเพิ่มสัดส่วนของพลังงานทดแทนและการปฏิบัติที่ดำเนินไปได้ช้า เนื่องจากไม่มีแรงผลักดันจากภาคการเมือง และอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดจากระบบงานราชการ โดยเฉพาะในส่วนของพลังงานความร้อน ซึ่งเป็นพลังงานสำคัญในกลุ่มพลังงานทดแทน หรือมีสัดส่วนกว่า 60 % ของพลังงานสำคัญในกลุ่ม
พลังงานทดแทนใหม่รวม แต่ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนออกมารองรับ รวมไปถึงเรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพแบบเหลว ที่จำเป็นจะต้องมีโครงสร้างราคา
ที่ชัดเจนกว่านี้ และมีแรงจูงใจเพื่อให้เริ่มมีการใช้งานโดยเร็ว ทั้งหมดนี้ คือภาวะอึมครึมที่น่าเป็นห่วงยิ่ง ในเรื่องของพลังงานทดแทนในประเทศไทย


Back to main PR Articles


Print this pageEmail this siteSubscribe Newsletter
CMP Media (Thailand) Co Ltd
503/23 K.S.L. Tower 14th Floor, Sri Ayuthaya Road, Phyathai, Rajathewee, Bangkok, 10400 Thailand  
Tel. +66 (0) 2642 6911-8 Fax. +66 (0) 2642 6919-20      


2007 © All Rights Reserved by CMP Media (Thailand) Co Ltd    
CMP Thailand